บริหารจัดการอาคาร: สัญญาณเมื่อคอมเพรสเซอร์แอร์เริ่มเสื่อมสภาพ

บริหารจัดการอาคาร: สัญญาณเมื่อคอมเพรสเซอร์แอร์เริ่มเสื่อมสภาพ ประเทศไทย ถือว่าเป็นเมืองที่มีอากาศร้อนอบอ้าวมาก จึงไม่แปลกที่ปัจจุบัน หลายบ้านเลือกที่จะติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพื่อคลายร้อน แต่ก็ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายในบ้านที่เพิ่มมากขึ้น

แต่ทั้งนี้ ภายในแอร์นั้น ก็มีความชื้นสะสมเป็นจำนวนมาก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ง่าย และส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ วิธีการใช้งานแอร์ที่ถูกต้อง คือเราต้องหมั่นล้างแอร์ตามเวลาที่กำหนด หรือถ้าใช้งานเป็นประจำทุกวัน ก็ควรล้างอย่างน้อย ปีละ 3-4 ครั้ง เพราะการล้างทำความสะอาดแอร์จะทำให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนักและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แถมยังช่วยประหยัดค่าไฟอีกด้วย ในทางกลับกันถ้าหากเราไม่ล้างทำความสะอาดแอร์ ก็จะทำให้แอร์ที่การสะสมของเชื้อโรค ทำร้ายสุขภาพของเราได้ และยังทำให้แอร์ต้องทำงานหนักกว่าปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุของการทำให้แอร์ของคุณพังก่อนเวลาที่ควรจะเป็น เพราะนอกจากการทำความสะอาดแอร์แล้ว ยังมีอีกหลายปัจจัยที่จะเร่งให้แอร์ของเราพัง หากใช้ไม่ถูกวิธี โดยเราจะต้องตรวจสอบและใช้งานให้ถูกต้องเพื่อยืดอายุการใช้งานของแอร์ของเราด้วย ซึ่งวันนี้ทางเราจะมาพูดถึงประเด้นของสัญญาณอันตราย ที่จะบ่งชี้ว่าคอมเพรสเซอร์แอร์เริ่มเสื่อมสภาพ ซึ่งตัวคอมเพรสเซอร์แอร์ถือว่าเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญมากเช่นกันที่เราจะต้องดูแลรักษา

คอมเพรสเซอร์แอร์ เป็นชิ้นส่วนที่เรียกว่าเป็นหัวใจหลักของแอร์เลยก็ว่าได้ เพราะมีหน้าที่อัดสารความเย็นหรือน้ำยาแอร์เข้ามาแล้วส่งไปตามท่อ ส่งต่อไปยังเครื่องควบแน่น ให้น้ำยาแอร์มีแรงดันสูงจนเป็นไอ ด้วยการระบายความร้อนของน้ำยาแอร์ออกไปด้วยพัดลมระบายอากาศ เพราะหากคอมเพรสเซอร์ไม่ทำงานแอร์ก็จะไม่เย็น เพราะไม่สามารถอัดอากาศเข้ามาได้ หากพบว่าแอร์ไม่เย็นหรือเย็นไม่เต็มที่ ก็เป้นอีกหนึ่งสัญญาณที่กำลังบอกว่า คอมเพรสเซอร์แอร์กำลังมีปัญหา นอกจากนี้ แอร์ที่ใช้งานมานาน มีโอกาสที่แผงคอยล์ร้อนที่ชุดคอมเพรสเซอร์จะผุกร่อนจากการเผชิญสภาพอากาศมาเป็นระยะเวลายาวนาน แอร์รุ่นใหม่มีการเคลือบสารบลูฟินทำให้แผงคอยล์ร้อนทนต่อการกัดกร่อน จากกรดจากฝนหรือสารพิษในอากาศ นอกจากนี้ คอมเพรสเซอร์ที่เสื่อมสภาพยังทำให้แอร์มีเสียงดังอีกด้วย สำหรับสัญญาณที่บอกว่าคอมเพรสเซอร์แอร์เริ่มเสื่อมสภาพ เราจะสังเกตได้จาก แอร์จะมีความเย็นน้อยลง ทั้งๆที่พึ่งจะล้างแอร์เติมน้ำยาไปใหม่ๆ เพราะคอมเพรสเซอร์ไม่มีกำลังในการขับน้ำยาให้หมุนเวียนได้ตามปกติ หรือแอร์จะมีความเย็นน้อยลงกว่าสมัยซื้อมาใหม่ๆ เมื่อใช้ไปนานๆก็ย่อมมีการสึกหรอเหมือนกัน นอกจากนี้ เมื่อเปิดแอร์ได้สักพักเบรกเกอร์จะเด้งตลอด

ซึ่งวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้ ถ้าเป็นคอมเพรสเซอร์แอร์แบบโรตารี่ควรทำการเปลี่ยนเลยไม่ควรนำมาซ่อมแล้วใช้ใหม่ ซึ่งก่อนเปลี่ยนท่านก็ควรพิจารณาด้วยว่าแอร์ที่ใช้เป็นแอร์ขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ เพราะถ้าเป็นแอร์ขนาดเล็ก ถ้าเปลี่ยนคอมก็อาจจะไม่คุ้มเท่าซื้อใหม่เลย เพราะราคาแอร์ขนาดเล็กในปัจจุบันมีราคาที่ถูกมาก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดในการใช้เครื่องปรับอากาศ คงจะหนีไม่พ้นการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศให้ถูกวิธี

ยิ่งเราใช้งานหนัก ก็ต้องล้างทำความสะอาดบ่อยตามไปด้วย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทุกคนทุกบ้านที่มีแอร์จะต้องรู้ เพราะไม่อย่างนั้น จะทำให้แอร์มีอายุการใช้งานที่สั้นลง และยังส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของคนในบ้านด้วย ดังนั้น ควรล้างทำความสะอาดทุกๆ 3-6 เดือนจะเป็นระยะเวลาที่ดีและเหมาะสมมากที่สุด

หากมีปัญหาดังกล่าวและอาการข้างต้น และต้องการที่จะทำการซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศ ล้างทำความสะอาด ก็สามารถติดต่อได้ เพราะเรามีบริการดูแลระบบปรับอากาศภายในอาคาร มีช่างแอร์ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มานานหลายปี สามารถดูแลเครื่องปรับอากาศของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามมาตรฐาน เพื่อให้ทุกคนได้ใช้งานเครื่องปรับอากาศอย่างเต็มประสิทธิภาพ มีความสะอาด และยังช่วยประหยัดในเรื่องของค่าไฟฟ้าได้ด้วย เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายของเครื่องปรับอากาศ และยังให้เครื่องปรับอากาศมีความสะอาดมากยิ่งขึ้น ทำให้มีสิ่งแวดล้อมที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น